ทำไมต้องเป็นพื้น PU (Polyurethane)?
พื้นพียู พื้นโรงงานอาหาร พื้นโรงงานอุตสาหกรรม ต้อง พื้น pu
คนทำพื้นพียู ในการทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม “พื้นโรงงาน” ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือหัวใจสำคัญของการผ่านตรวจประทานมาตรฐาน GMP, HACCP และ อย. หากคุณเลือกประเภทพื้นผิด นอกจากจะตรวจไม่ผ่านแล้ว ยังอาจเกิดปัญหาเชื้อราและการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งส่งผลเสียต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค


ทำไมพื้นปูนทั่วไปอาจไม่ตอบโจทย์โรงงานอาหาร?
แม้ว่าพื้นอีพ็อกซี่ (Epoxy) จะเงางามและแข็งแรง แต่สำหรับ โรงงานอาหารที่มีความชื้นสูง หรือต้องมีการล้างพื้นด้วยน้ำร้อน/น้ำเย็นสลับกัน (Thermal Shock) พื้นประเภท พื้น PU (Polyurethane Concrete) จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า เนื่องจาก:
- ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ: รองรับการล้างด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิสูงได้โดยอุณหภูมิต้องไม่เปลี่ยนฉับพลัน แต่ต้องเป็นการลำดับของอุณหภูมิที่ ค่อยๆ เพิ่ม หรือ ค่อยๆ ลดลง แบบไม่ฉับพลันทันที
- ยับยั้งแบคทีเรีย: พื้น PU มีสาร Anti-microbial ที่ช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราและแบคทีเรียสะสม
- พื้นพียูผิวด้านจึงลื่นน้อยกว่า : ป้องกันอุบัติเหตุในพื้นที่ทำงานที่มักจะเปียกน้ำหรือคราบน้ำมัน
3 จุดเช็กก่อนจ้างช่างทำพื้นโรงงานอาหาร
เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพและใช้งานได้ยาวนาน 5-10 ปี เจ้าของโรงงานควรตรวจสอบดังนี้:
- การเตรียมพื้นผิว (Surface Preparation): ต้องมีการขัดเปิดหน้าปูนและการทำ “V-Cut” หรือการเซาะร่องที่ขอบพื้นเพื่อให้เนื้อสีเข้าไปยึดเกาะได้แน่นที่สุด ไม่หลุดร่อนง่าย
- ความหนาที่เหมาะสม: สำหรับพื้นที่ใช้งานหนักหรือมีรถโฟล์คลิฟท์วิ่ง ควรมีความหนาอย่างน้อย 2 – 6 มิลลิเมตร
- ความต่อเนื่องของพื้น (Seamless): พื้นต้องเรียบสนิท ไม่มีรอยต่อ และควรทำขอบบัว (Coving) โค้งมนเข้าหาผนัง เพื่อไม่ให้เป็นที่สะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรก
ผู้รับเราทำพื้นโรงงานอีพ็อกซี่ พียู: เราเชี่ยวชาญงานพื้นอุตสาหกรรมตัวจริง
เราเข้าใจดีว่าหน้างานและสภาพการใช้งานของพื้นโรงงานต่างกัน ช่างทำพื้นของบริษัท เราไม่ได้แค่มารับจ้างติดตั้งพื้นพียู แต่เราให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพพื้นปูนเดิม การเลือกสูตรสีที่เหมาะกับประเภทการผลิต ไปจนถึงการควบคุมงานโดยช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้งานเสร็จทันเวลาและได้มาตรฐานสากล




